วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 2 : ไขข้อข้องใจ กับ 9 ความจริงของระบบเผาผลาญร่างกาย

นี่ก็เป็น blog ที่สองของฉันแล้วนะคะ และ ที่ฉันสนใจในบทความนี้เป็นเพราะว่าฉันมีปัญหาเรื่องการเผาผลาญของร่างกาย และปัญหาเรื่องการกินค่ะ ฉันเป็นคนกินเยอะจึงต้องศึกษาเกี่ยวกับระบบพวกนี้เอาไว้ ว่าจะทำยังไงให้มันอยู่กับเราต่อไป เราควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรในสังคมปัจจุบัน

เชิญรับชมได้เลยคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ไขข้อข้องใจ กับ 9 ความจริงของระบบเผาผลาญร่างกาย



    True or False : กับ 9 ความจริงของระบบเผาผลาญร่างกาย (Health plus)
              "การทำงานของระบบเผาผลาญของมนุษย์เรา เป็นกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกาย ที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ หายใจได้ การสูบฉีดเลือดคล่องตัว ส่งเสริมการทำงานของสมองและเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน แต่ถ้าพูดถึงอัตราการเผาผลาญขั้นพื้นฐานนั้น จะหมายถึงจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายใช้ไปในแต่ละวัน เพื่อสนับสนุนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายนั่นเองค่ะ" แพทย์หญิงซูซาน โบเวอร์แมน ผู้เชียวชาญด้านวิทยาศาสตร์ อาหารและโภชนาการ ให้สัมภาษณ์กับ Health plus ต่อประเด็นที่หลายคนอยากจะถาม โดยเฉพาะระบบเผาผลาญที่ดี จะช่วยให้คุณผู้หญิงฟิตและเฟิร์มแลดูเป็นสาววัยยี่สิบอีกครั้งได้อย่างไร

      จริงหรือไม่ … เมื่ออายุมากขึ้น ทำให้การเผาผลาญแคลอรี่ลดลง

              เมื่อเราอายุมากขึ้น น้ำหนักตัวก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากมีการออกกำลังกายน้อยลงกว่าเดิม ส่งผลให้มีการเผาผลาญแคลอรี่ลดลงในแต่ละวัน ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อลดลง รูปร่างจึงหนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด เพื่อให้มีการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อจะช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักที่เกิดจากวัยที่สูงขึ้นได้เป็นอย่างดี

      จริงหรือไม่ … ระบบการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายของเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้

              บางคนโชคดี ที่สามารถทานอาหารได้ตลอดเวลาโดยที่น้ำหนักไม่เพิ่ม ซึ่งอาจมาจากการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและมีแคลอรี่ต่ำก็ได้ หรือบางทีร่างกายอาจจะมีการเคลื่อนไหวอยู่บ่อยๆ ดังนั้น หากคุณต้องการให้ร่างกายของคุณมีการเผาผลาญได้มากขึ้น เพียงคุณเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อใช้กล้ามเนื้อมากขึ้นในระหว่างวัน ก็จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น

      จริงหรือไม่ … เครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้น

              ผลจากการปฎิบัติการทดลอง พบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มเย็นจะมีการเผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (เพิ่มขึ้นประมาณวันละ 10 แคลอรี่)โดยการเผาผลาญแคลอรี่ดังกล่าวมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย ซึ่งแทบไม่มีผลต่อการทำให้น้ำหนักลดลงเลย

      จริงหรือไม่ … การลดการบริโภคแคลอรี่ ทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญช้าลง

              ตามธรรมชาติแล้ว ร่างกายจะทำหน้าที่เก็บรักษาแคลอรี่ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การลดการบริโภคแคลอรี่จะทำให้แคลอรี่ที่สะสมในร่างกายลดลง ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญแคลอรี่ลดลงตาม แต่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ถ้าเรามีการเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉง ก็จะทำให้เรามีน้ำหนักตัวลดลง โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเผาผลาญในร่างกายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น ควรทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการบวกกับออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ตามปกติ

      จริงหรือไม่ … เมื่องดบริโภคอาหารในตอนกลางคืนช่วยลดน้ำหนักได้

              การหยุดบริโภคหลังมื้ออาหารปกติจะส่งผลให้มีน้ำหนักตัวลดลง เนื่องจากการบริโภคให้แคลอรี่โดยรวมลดลง ไม่ใช่เกิดจากการบริโภคที่ให้แคลอรี่เร็วกว่าเดิม ดังนั้น การบริโภคอาหารเพื่อให้ได้รับแคลอรี่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน จึงไม่มีผลให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น เว้นแต่คุณจะบริโภคอาหารที่ให้แคลอรี่ในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย คุณก็จะสามารถลดน้ำหนักได้

      จริงหรือไม่ …  ทานอาหารประเภทโปรตีนเป็นประจำช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นได้

              อัตราการเผาผลาญในร่างกาย ซึ่งหมายถึงปริมาณแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญในระหว่างที่เรานอนหลับมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมีวิธีที่ดีที่สุดที่เราควรทำคือ การทานอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างพอเพียงอย่าง ปลา เป็ด ไก่ ไข่ขาว นมขาดมันเนย รวมถึงโปรตีนจากถั่วเหลืองเช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้ และอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงระบบการเผาผลาญของร่างกายจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

      จริงหรือไม่ …  การทานอาหารเสริมมีผลต่อการเผาผลาญ ร่างกายทำให้ดูแก่ก่อนวัยหรือไม่

              ผลจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่บริโภคการรับประทานอาหารอย่างถูกส่วนต้องเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และไขมันเพื่อสุขภาพ อาทิ ไขมันจากปลาและถั่ว อย่างเหมาะสม ซึ่งจะทำให้เราดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ปัจจุบัน มีผู้บริโภคจำนวนมากบริโภคผลิตภัณฑ์อาการเสริมวิตามินรวม เกลือแร่ และน้ำมันปลา เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารสำคัญเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน

      จริงหรือไม่ … ถ้าระบบเผาผลาญร่างกายดี รูปร่างหน้าตาก็จะดูอ่อนกว่าวัยด้วย

              หนึ่งในวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญในร่างกายที่ดีที่สุด คือ การสร้างเสริมกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยลดไขมันและทำให้มีรูปร่างที่สมส่วน ซึ่งก็จะส่งผลให้เราแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย สำหรับผู้หญิงไม่ควรกังวลว่า การออกกำลังกายจะไปเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แล้วกล้ามเนื้อจะใหญ่ขึ้น แต่ในทางกลับกันยิ่งจะทำให้มีรูปร่างบาง กระชับสมส่วนและดูอ่อนเยาว์ขึ้นต่างหาก

      จริงหรือไม่ … เมื่ออายุเลยเลข 30 ระบบเผาผลาญร่างกายก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย

              อัตราการเผาผลาญในร่างกายจะชะลอตัวลดลงตามอายุที่มากขึ้น เนื่องจากออกกำลังกายน้อยลง เมื่อเราอายุมากขึ้นหรือออกกำลังกายน้อยลง จึงทำให้เกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่หนาแน่นเป็นปัจจัยสำคัญ ต่อมาการเผาผลาญแคลอรี่ ทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเผาผลาญแคลอรี่มีปริมาณลดลงในแต่ละวัน  วิธี การแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ทานอาหารที่มีโปรตินในปริมาณที่พอเพียงและออกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง เช่น เต้นแอโรบิค เดินวิ่ง เหยาะๆ ว่ายน้ำและอื่นๆ ก็จะยิ่งทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้น รูปร่างก็จะดูสมส่วนและสมวัยด้วย


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Week 1 : การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของนักเรียน

Week 1 : การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของนักเรียน

หากท่านคิดว่าเป็น blog ที่น่าเบื่อขออย่าเพิ่งปิดเลื่อนไปอ่านจนสุดบทความ ขอบคุณค่ะ

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิผล มีมากมายหลายด้าน ได้แก่
1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานสำนักงาน ปัจจุบันสำนักงานได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อให้งานในสำนักงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล่าวคือ ทำให้งานมีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ในงานสำนักงาน ได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีด อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นำไปประยุกต์ใช้กับงานสำนักงานได้หลายลักษณะ เช่น
        1.1 งานจัดเตรียมเอกสาร เป็นการใช้เครื่องประมวลผลคำหรือเครื่องประมวลผลเนื้อหา เป็นเครื่องมือในการจัดเตรียม อุปกรณ์ประกอบการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม และช่องทางการสื่อสาร ระบบประมวลผลคำ แบ่งออกได้ 2 ระบบ คือ
            1.1.1 ระบบเดี่ยว (Stand – alone) เป็นระบบที่สามารถประมวลผลได้ภายในคอมพิวเตอร์ชุดเดียว หรือจะเชื่อมโยงไปยังคอมพิวเตอร์อื่น ๆ
            1.1.2 ระบบเชื่อมโยงกับข่ายการสื่อสาร เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงสารสนเทศซึ่งกันและกันผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม เช่น เครือข่ายโทรศัพท์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์

        1.2 งานกระจายเอกสาร เป็นการกระจายข้อมูลสารสนเทศไปยังผู้ใช้ ณ จุดต่าง ๆ อาจกระทำโดยการเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถปฏิบัติงานกระจายเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ได้แก่ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

        1.3 งานจัดเก็บและค้นคืนเอกสาร สามารถทำได้ทั้งระบบออฟไลน์และระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผ่านเครือข่ายโทคมนาคมรูปแบบอื่น เช่นระบบฐานข้อมูลเป็นต้น

      
        1.4 งานจัดเตรียมสารสนเทศในลักษณะภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์ โทรทัศน์
        1.5 งานสื่อสารสนเทศด้วยเสียง เช่น โทรศัพท์ การประชุมทางโทรศัพท์
        1.6 งานสื่อสารสนเทศด้วยภาพและเสียง เช่น ระบบมัลติมีเดีย ระบบการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง เป็นต้น

2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมนำเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเข้ามาช่วยในการจัดการระบบงานการผลิต การสั่งซื้อ การพัสดุการเงิน บุคลากร และงานด้านอื่น ๆ ในโรงงาน
3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการพาณิชย์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของเครื่องเบิกถอนเงินอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการฝาก ถอน โอนเงิน และนำคอมพิวเตอร์ระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาช่วยในการทำงานประจำวันของธนาคารด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลของธนาคารต่างสาขา ต่างธนาคาร ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเบิก ถอน โอนเงินชำระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้โดยสะดวก
4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านการสื่อสาร ได้แก่ การบริการโทรศัพท์วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี การค้นคืนสารสนเทศระบบออนไลน์ ดาวเทียม และโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิตอล

5. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านสาธารณสุข เช่น
        5.1 ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ถูกนำมาใช้ในระบบงานเวชระเบียน ระบบข้อมูลยาการรักษาพยาบาล การคิดเงิน รวมทั้งการส่งเวชระเบียนผ่านระบบโทรคมนาคมที่อาจเรียกว่า โทรเวชได้
        5.2 ระบบสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศถูกนำมาใช้ในการดูแลรักษาโรคระบาดในท้องถิ่น เช่น เมื่อมีผู้ป่วยโรคอหิวาตกโรคในหมู่บ้าน ซึ่งอาจกลายเป็นโรคระบาดได้
        5.3 ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการวินิจฉัยโรค เช่น ระบบ Mycinของมหาวิทยาลัยสแดนฟอร์ด โดยเริ่มมาใช้ในการวินิจฉัยโรคพืชและโรคสัตว์ ที่ใช้หลักการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้โดยละเอียดแล้วใช้หลักปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ เป็นแนวคิดในการทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เหมือนมนุษย์


6. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานด้านการฝึกอบรมการศึกษา ดังนี้
        6.1 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นการนำเอาคำอธิบายบทเรียนมาบรรจุไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วนำบทเรียนนั้นมาแสดงแก่ผู้เรียน เมื่อผู้เรียนอ่านคำอธิบายเหล่านั้น คอมพิวเตอร์จะมีส่วนที่ใช้ทดสอบความเข้าใจของผู้เรียนด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ หากเข้าใจไม่ถูกต้องคอมพิวเตอร์จะทำการอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมให้เข้าใจมากขึ้น แล้วถามซ้ำอีก
        6.2 การศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการจัดการศึกษาทางไกลมีหลายแบบตั้งแต่แบบง่าย ๆ เช่น การเรียนการสอนผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ออกอากาศให้ผู้เรียนศึกษาเอง ตามเวลาที่ออกอากาศ ไปจนถึงใช้ระบบแพร่ภาพการสอนผ่านดาวเทียม หรือการประยุกต์ใช้ระบบประชุมทางไกล โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถสื่อสารถึงกันได้ทันที่ เพื่อสอบถามข้อสงสัยหรืออธิบายคำสอน เพิ่มเติม
        6.3 เครือข่ายการศึกษา เป็นการจัดทำเครือข่ายการศึกษาเพื่อให้ครูอาจารย์และนักศึกษามีโอกาสใช้เครือข่ายเพื่อแสวงหาความรู้ที่มีอยู่มากมายในโลก และใช้บริการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ทาง การศึกษา เช่น บริการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Mail : E-mail) การเผยแพร่และค้นหา ข้อมูลในระบบเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web)

        6.4 การใช้งานในห้องสมุด มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการดำเนินงานโดยมีเครือข่ายต่าง ๆ ที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนในการให้บริการห้องสมุด การนำเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้ในห้องสมุดให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการยืม คืน การค้นหาหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์ หรือการค้นหาข้อมูลที่ต้องการทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมาก
        6.5 การใช้งานในห้องปฏิบัติการ มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงานในห้องปฏิบัติการร่วมกับอุปกรณ์เครื่องมืออื่น ๆ เช่น การจำลองแบบ การออกแบบวงจรไฟฟ้า การ ควบคุม การทดลอง
        6.6 การใช้ในงานประจำและงานบริหาร เช่น การจัดทำทะเบียนประวัติของนักเรียน นักศึกษา การเลือกวิชาเรียน การลงทะเบียนเรียน การแสดงผลการเรียน การแนะแนวอาชีพ การแนะแนวการศึกษาต่อ การเก็บข้อมูลผู้ปกครองหรือข้อมูลครู ซึ่งทำให้ครูอาจารย์สามารถติดตามและดูแล นักเรียนได้ใกล้ชิดมากขึ้น รวมทั้งครูอาจารย์สามารถพัฒนาตนเองได้สูงขึ้น

ค่ะขอบคุณมากๆนะคะที่ติดตามชมจนจบบทความ นี่เป็นบทความแรกของฉันค่ะ ถ้าหากผิดพลาดประการใดยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ส่วนการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของนักเรียนั้น ถ้าหากใช้ถูกวิธี ใช้ถูกทาง ก็คงไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ขอให้เพื่อนๆใช้กันอย่างระมัดระวังนะคะ ♥